ประโยชน์ของเก้าอี้...... มีก็ต่อเมื่อมันว่าง

 

                      "ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ กับชีวิตที่ร่ำรวย ...มันเป็นคนละเรื่องกัน"
 

            อาจารย์รัญจวน อินทรกำแหง ท่านได้ให้ข้อคิดที่ดี ๆ เกี่ยวกับ ธรรมมะว่า การเข้าใจถึงแก่นความหมายของ ธรรมะคือ หน้าที่ และการประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่นอยู่เนืองนิจ ย่อมเป็นการกระทำที่ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า ของการปฏิบัติธรรม 

            แต่บางคนเข้าใจผิดว่า  ถ้าคนเราปฏิบัติธรรมกันหมด ความเจริญก้าวหน้าในหลาย ๆ ด้าน ก็จะไม่มี ความเข้าใจอันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผิดและคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง การปฏิบัติธรรมไม่ใช่จำเพาะเจาะจงอยู่เฉพาะการเดินจงกลม หรือการนั่งสมาธิเท่านั้น หากหมายถึง การทำหน้าที่ของตน อย่างผู้มีสติ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร หรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม ...มีคำพูดฝากให้คิด และพิจารณา คำพูดนี้สำคัญ ความหมายลึกซึ่ง นั้นก็คือ

          " ประโยชน์ของเก้าอี้....มี..ก็ต่อเมื่อมันว่าง" 

             กล่าวคือ สิ่งของหลาย ๆ อย่าง ถ้าเรามาพิจารณาดู ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้สำหรับนั่ง แก้วสำหรับใส่น้ำ ชามสำหรับใส่แกง จานสำหรับใส่ข้าว แพทย์สำหรับรักษาคนไข้ ...สิ่งเหล่านี้ ต่างก็มีความสำคัญในตัวของมันเอง แต่สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ...."มันว่าง""

            ห้องส้วมมันจะมีประโยชน์กับคนปวดถ่ายมากที่สุดก็ต่อเมื่อ  "มันว่าง" อันนี้น่าจะเห็นภาพชัดที่สุดนะคะ ...ก็คือมันจะมีประโยชน์กับทุกคนแหละ ...เพราะมันไม่ว่างเพราะคนอื่นใช่อยู่ใช่หรือเปล่าคะ...แต่เวลาเราจะใช้แล้วมันไม่ว่างสำหรับเรา นี้แหละปัญหา

              พูดง่าย ๆ ก็คือ วันถุต่าง ๆ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ผู้คนต่าง ๆ ...จะเกิดประโยชน์กับเราเมื่อ มันว่างในจังหวะที่เราจะใช้ประโยชน์กับสิ่งเหล่านั้น

              OK ตอนนี้เรารับรับรู้แล้วว่า สิ่งต่าง ๆ มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ มันว่างสำหรับเรา....งั้นเรามามองหาประโยชน์กับ "ความว่าง" ในแก่ชีวิตกันดีกว่าค่ะ ....เพื่อให้จิตของเราเบิกบาน ผ่องใสตลอดไป ..

               อันดับแรกเราต้องทำจิตของตัวเองให้ว่าง เราต้องพยายามที่จะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ตามกฎความจริงของธรรมชาติ  เช่น เมื่อมีการเกิดก็ต้องมีการตายเป็นธรรมดา  มีความสดก็ต้องมีเหี่ยวแห้ง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา เมื่อเราเห็นความเป็นธรรมชาติเราก็จะไม่หลง และไม่เกิดความประมาทในชีวิต

             มองหาความไม่มี ในความมี ...พอเราคิดว่ามีเราก็จะยึดติด...นี่บ้านฉัน นี่ลูกของฉัน ตำแหน่งฉันสูงกว่าเธอเธอต้องรับใช้และทำตามฉันสั่ง ศักดิ์ศรีของฉัน เกียรติยศของฉัน มันก็เลยทำให้เราจมติดอยู่ไปไหนไม่ได้

            ลองมานั่งพิจารณาดูว่า ในชีวิตที่ผ่านมานี้...เราได้อะไรบ้างที่เป็นมายา หลอกลวงวิ่งเล่นซ่อนหากับมัน เราพยายามไล่ตาม มันหยุดรอให้เราเอื้อมไปจับ เมือนจะจับได้ไล่ทัน แต่แล้วก็หลุดมือไป วิ่งหนีเราไปอีก พิจารณาดูให้ดี เราจะมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้จิตใจของเราไม่อยู่ในความประมาท ..จะไม่ปล่อยให้จิตหลงไหลอยู่ในความยึดมั่นถือมั่น อันเป็นความลวง เราก็จะพยายามปล่อยมันออกไป ...เพราถ้าเรามองเห็นแล้วว่าในความสดก็มีความแห้ง...ในความหนุ่มสาวมีความแก่...ในความฉลาดก็มีความโง่ซ่อนอยู่ ...จนในที่สุด ...ก็จะมองเห็นความจริงตามธรรมชาติ มองเห็นความเปลี่ยนแปลวที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดูเหมือนคงที่ 


                                                ..............ความเอ๋ย      ความสุข..........

                                    ใครๆ ทุก                คนชอบเจ้า                  เฝ้าวิ่งหา

                                    "แกก็สุข                ฉันก็สุข                        ทุกเวลา"

                                    แต่ดูหน้า                ตามแห้ง                      ยังแคลงใจ

                                    ถ้าเราเผา                ตัวตัณหา                     ก็น่าจะสุข

                                    ถ้ามันเผา                 เราก็ "สุก"                  หรือเกรียมได้

                                    เขาว่าสุข                  สุขเน้อ                        อย่าเห่อไป

                                    มันสุขเย็น                 หรือสุกไหม้                ให้แน่เอยฯ


...............................................................................................................................

อ้างอิง : กลุ่มเพื่อนธรรม




















ความคิดเห็น