#ทำไมห้องพระเป็นห้องที่น่ากลัวที่สุดในบ้าน



เป็นคนกลัวผีที่ชอบอ่านเรื่องผีก่อนนอน ไปเจอคำถามนี้ในเพจกระทู้เด็ดพันทิป ผี สยองขวัญ แต่ละคนมาคอมเม้นท์กันอ่านแล้วขำมาก..เฮ้ย มีคนคิดเหมือนเราเยอะเลย โดยเฉพาะการมีปัญหากับรูปของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว 

ตั้งแต่เด็กเรากลัวรูปปู่กับทวดมาก ล้านกระโหลกเลย เป็นอะไรชอบมองตามกันจัง ความมืดกับความเงียบ ยังไม่น่ากลัวเท่ากับความ มืดกับความเงียบ บวกรูป ปู่กับทวดเลย เรางี้กลัวแกยิ้มให้ 555 อยากจะเอาผ้าไปคลุมปิดไว้ยังไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆเลย
คือบ้านจะเป็นแบบบ้านไม้ 2 ชั้นแบบมีใต้ถุนบ้าน บนบ้านก็โล่งๆ ไม่มีห้องกั้น ยกเว้นส่วนครัว แล้วจะมีรูป นายหลวง ราชวงศ์ พระ หิ้งพระ โกฏใส่กระดูก แล้วก็ รูปปู่ซึ่งตายก่อนเราเกิดซึ่งเราไม่เคยเจอ บอกเลยรูปปู่น่ากลัวมากกกก
แต่ทวดตายตอนเราอายุประมาณ 8 ขวบแต่เราสัมผัสได้ว่าทวดอยู่ในบ้าน เราจะอยู่กับย่าและอา กลางวันไม่มีใครอยู่เราก็ไม่กล้าอยู่บนบ้านเลย กลัวแค่เล่าก็ขนท้ายทอยลุก พอมาอยู่บ้านปัจจุบัน โห่พระเยอะมาก พระไทยพระจีน เทพ อย่างกับอ๊าม (ส่วนใหญ่หิ้งพระคนภูเก็ตจะอลังการแบบนี้ทุกบ้าน) ห้องพระอยู่ชั้น 3 ซึ่งไม่มีคนอยู่ชั้นนี้ (บ้าน4ชั้น) ขนาดอยู่ส่วนหน้าติดถนน ฝั่งตรงข้ามเป็นอพาร์ทเม้นท์ ประตูหน้า จะเปิดตลอด แต่ในห้องพระจะมีรูปบรรพบุรุษอยู่ 3 รูป มีพ่อ ปู่ ย่า ของสามี พ่อสามีทัน ส่วนปู่กับย่าไม่ทัน ไม่รู้จักไม่เคยเห็น แต่ปู่แกเคยมาเข้าฝันบอกให้รีบมีลูก แกเอาอะไรไม่รู้เหมือนไม้มาจิ้มๆที่ท้องตอนนั้นปวดท้องมาก ก็คิดว่าคงปวดท้องฉี่มั้งเลยฝันร้ายเพื่อให้ตกใจตื่นแล้วลุกไปฉี่..ก็เล่าให้สามีฟัง ว่าคนรูปร่างหน้าตาแต่งตัวแบบนี้ๆ ขี่จักรยานมา เขาเอารูปปู่เขาให้ดู ขนงี้ลุกซู่ (ตอนนั้นอยู่กรุงเทพยังไม่เคยเห็นรูปปู่ที่บ้านนี้)...และนี่ก็เป็นที่มาของลูกชาย
แค่ 2 รูป บ้านเก่าก็นะ มาเจอ3 รูป เรางี้กลัวรูปยิ้มให้ตลอด 5555 นั่งสมาธิไม่เคยได้เลย กลัวลืมตาแล้วมานั่งจ้องกันอยู่ข้างหน้า 555
#หะหรือว่าเรากลัวพระ


แต่ทวดตายตอนเราอายุประมาณ 8 ขวบแต่เราสัมผัสได้ว่าทวดอยู่ในบ้าน เราจะอยู่กับย่าและอา กลางวันไม่มีใครอยู่เราก็ไม่กล้าอยู่บนบ้านเลย กลัวแค่เล่าก็ขนท้ายทอยลุก พอมาอยู่บ้านปัจจุบัน โห่พระเยอะมาก พระไทยพระจีน เทพ อย่างกับอ๊าม (ส่วนใหญ่หิ้งพระคนภูเก็ตจะอลังการแบบนี้ทุกบ้าน) ห้องพระอยู่ชั้น 3 ซึ่งไม่มีคนอยู่ชั้นนี้ (บ้าน4ชั้น) ขนาดอยู่ส่วนหน้าติดถนน ฝั่งตรงข้ามเป็นอพาร์ทเม้นท์ ประตูหน้า จะเปิดตลอด แต่ในห้องพระจะมีรูปบรรพบุรุษอยู่ 3 รูป มีพ่อ ปู่ ย่า ของสามี พ่อสามีทัน ส่วนปู่กับย่าไม่ทัน ไม่รู้จักไม่เคยเห็น แต่ปู่แกเคยมาเข้าฝันบอกให้รีบมีลูก แกเอาอะไรไม่รู้เหมือนไม้มาจิ้มๆที่ท้องตอนนั้นปวดท้องมาก ก็คิดว่าคงปวดท้องฉี่มั้งเลยฝันร้ายเพื่อให้ตกใจตื่นแล้วลุกไปฉี่..ก็เล่าให้สามีฟัง ว่าคนรูปร่างหน้าตาแต่งตัวแบบนี้ๆ ขี่จักรยานมา เขาเอารูปปู่เขาให้ดู ขนงี้ลุกซู่ (ตอนนั้นอยู่กรุงเทพยังไม่เคยเห็นรูปปู่ที่บ้านนี้)...และนี่ก็เป็นที่มาของลูกชาย
แค่ 2 รูป บ้านเก่าก็นะ มาเจอ3 รูป เรางี้กลัวรูปยิ้มให้ตลอด 5555 นั่งสมาธิไม่เคยได้เลย กลัวลืมตาแล้วมานั่งจ้องกันอยู่ข้างหน้า 555 #หะหรือว่าเรากลัวพระ



คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ..!!!!
ทำไมถึงกลัวนะเหรอคะ มา ๆ จะเล่าประสบการณ์การเจอสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นผีให้ฟัง อย่างที่บอกว่า ตอนเรา 8 ขวบ ทวดซึ่งเป็นแม่ของย่าเรา ก็หง่อมแล้วค่ะ ก่อนตายแกก็มีอาการหลง ก็ยังเดินได้นะแต่ก็ดูวุ่นวาย หลังจากนั้นไม่นานแกก็ตายบนบ้าน รายละเอียดตรงนี้จำไม่ค่อยได้ ก็ข้ามไปตอนวันเผาเลยละกัน คือคนต่างจังหวัด ถ้าตายที่บ้านศพก็จะทำพิธีที่บ้านแล้วค่อยเคลื่อนย้ายไปเผาที่วัด พอเผาเสร็จเราก็เดินกลับบ้านกับญาติ ๆ เราก็ได้กลิ่นแปลก ๆ ขนาดเล่าตอนนี้ก็ยังจำกลิ่นนั้นได้แม่นเลย มันก็คือกลิ่นคนตายนั้นเองค่ะ ตอนนั้นก็จำได้ว่าเฉย ๆ ไม่ได้กลัวอะไร จนอยู่มาวันนึงก็นอนกันบนบ้านอยู่หลายคน แยกกันไปเป็นมุ่งๆ นอนบนฟูกที่ปูบนพื้น แล้วก็จะยินเสียง ไม้เท้ากระทบพื้นเป็นเสียงคนเดินแล้วใช้ไม้เท้า เอาแล้วไง มีทวดเดินใช้ไม้เท้าอยู่แค่คนเดียว😓😓 คือก็ได้ยินกันหลายคน เช้ามาอาก็มาเล่า เราก็ได้ยิน ที่นี้ก็รับรู้การมีอยู่ของทวด ในรูปแบบหนึ่งแล้ว 😂😂😂 หลังจากนั้น ตอนกลางคืนเราก็มักจะได้ยินเสียง มีคนเข้าครัวไปหาอะไรกิน คือเสียงจินตนาการได้ว่ากินของ ถ้วยจานกระทบกัน แล้วถ้าญาตมานอนที่บ้านมักจะชอบบอกว่าโดนผีอำ แต่เราไม่เคยโดนนะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการโดนผีอำคืออะไร...จนกระทั่ง มาเรียน มหาวิทยาลัย ต้องพักที่หอของสถาบัน โอ้โห..อาการมันเป็นแบบนี้เอง มันแน่นกระดุกกระดิกไม่ได้ในช่วงเวลานึง คือ ห้องพักอยู่ด้วยกัน 4 คน แต่อยู่คนละคณะ ห้องพักเป็นเตียง 2 ชั้น อยู่ 2 ฝั่งห้อง ตรงกลางเป็นทางเดิน แล้วก็มีตูเสื้อผ้ากับโต๊ะเขียนหนังสืออยู่ปลายเตียงกับหัวเตียง 4 มุมห้อง เรานอนชั้นบน ตอนแรกก็ว่าแล้วรูมเมทเรา เขาจะเจออาการแบบนี้กันไหม ก็ไม่เคยถามนะเพราะก็กลัวว่าเพื่อนจะกลัว จนอยู่มาวันนึง เราก็นอนแล้วแต่ยังไม่หลับ เพื่อนก็เข้ามา 2 คน เขาก็คุยกันว่าโดยอำ เราก็เห้อ ๆ ดีมากที่ไม่ได้สนใจฉันคนเดียว 555 แล้วก็อำมาตลอด ปี1 หนักสุดคือฝันคิดว่าเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตแล้วคือฝันว่าศพ หรือผีเยอะมาก ๆ พยายามมาคว้ามาจับตัวเรา เราร้องกรี๊ด ดังลั่นจนเพื่อนตกใจมาดู..ตอนนั้นรูมเมทไม่อยู่แต่มีเพื่อนคณะเดียวกันมาอยู่ด้วย พอเราตื่นมาเล่าให้เพื่อนฟัง แต่มันกลัวแล้วก็ทิ้งเราไว้คนเดียวมันกลับไปนอนห้องเฉยเลย...(คือตั้งแต่นั้นก็แค่ทนคบ 555 )... พอปี 2 ย้ายหอ ไปอยู่หอพักคณะ ก็ยังมีอาการ พอปี 3 ย้ายตึก ก็ยังมีอาการ กว่าจะจบปี 4 นี้ คือบอกเลยว่า ก็ยังไม่ชิน 555 ...จบแล้วไปอยู่หอพักสวัสดิการ ก็ยังมีอาการ ย้ายที่ทำงานไปอยู่ห้องพักของที่ทำงานใหม่ ก็ยังมีอาการ คือก็คิดว่าตกลงผีอำหรือตรูป่วย 555 คือพอเริ่มชิน ก็จะรู้แล้ว step ของอาการดี๋ยวมันจะเป็นแบบนี้ ๆ แต่ไม่เคยเห็นเป็นภาพ พอย้ายหอ จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีอาการแบบนั้นอีกเลย
ส่วนเรื่องที่คิดว่า มันผิดปกติและต้องเป็นสิ่งที่เราไม่รู้จักแน่ ๆ คือเห็นดวงไฟ อันนี้ เห็นมา 2 ครั้ง ครั้งแรก คือ ตอนอยู่ ปี 1 คือที่อยู่หอพักมหาวิทยาลัยนั้นแหละ ช่วงปิดเทอม (ปิดประมาณ 2 อาทิตย์) เราไม่กลับบ้าน เราก็ถูกย้ายห้องย้ายตึก มาอยู่ชั้น 1 หน้าตึกก็จะเป็นสวน เราก็นอนอ่านนิยาย จนดึก แล้วมองออกไปนอกห้อง เห็นเป็นดวงไฟ ขนาดประมาณ ลูกปิงปอง ลอยไปลอยมาอยู่ แถวต้นไม้ในสวนนั้นคือก็มองอยู่นาน ก็ไม่เห็นมีคนนะคะ เกิดมาก็พึ่งเคยเจอ.. เราก็เอาแล้วไง รีบนอนเลยจ้า ครั้งที่ 2 นี้ก็เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ไปครั้งนี้น่าจะครั้งที่ 3-4 แล้ว ตอนลงทะเบียนเราก็อธิษฐานหลวงพ่อของให้ได้นอนศาลาดี ๆ ไม่เอาศาลาหน้าเมรุนะ ขอนอนด้านใน ๆ ไม่ให้คนเดินข้ามไปมานะคะ.. ..หลวงพ่อจัดให้ค่ะ อะไรไม่อยากได้เราก็ได้ 555... ในศาลาจะไม่มีห้องน้ำ เวลาจะอาบน้ำ เราก็ต้องไปเข้าตามจุดต่าง ๆ ซึ่งก็มีเยอะมาก แต่คนก็เยอะมากเช่นกัน แล้วเวลาปฏิบัติรอบแรกเราต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ ตี 4 เราก็เดินไป เข้าห้องน้ำ ก็จะผ่านหน้าเมรุ ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวสิ 555 ตอนเดินกลับศาลา เราก็มองไปบนเมรุ ทันใดนั้นดิฉันเห็นเป็นดวงไฟสีแดง 1 ดวงบนเมรุ ลอยอยู่ คล้าย ๆ กับที่เห็นตอนอยู่ ปี 1 เลยคร้าาาา ไม่มีคนนะ แต่ดวงเล็กกว่า...คิดในใจ..ตรูบอกแล้วว่าอย่ามอง ๆ..หลวงพ่อแกล้งลูกอีกแล้ว... รีบเดินสิคร้าาา แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เพราะต่างคนต่างที่มา และพึ่งมากันวันแรกยังไม่สนิทกัน ..ที่แปลกกว่านั้นคือ ปกติวัดนี้ไม่รับเผาศพค่ะ แต่พอกลางวันวันนั้นมีพิธีเผาศพค่ะ ...เล่าแล้วขนลุก..😖💀.... คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ..!!!!
ใครมีประสบการณ์เหมือนกันมาเล่าให้รู้บ้างนะคะ
คำเตือน : ความเชื่อส่วนบุคคล
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น